MANIFEST: 7 STEPS TO LIVING YOUR BEST LIFE (7 เส้นทางในการมีชีวิตที่ดีที่สุด)

TO MANAFEST: To make something happen.

Manifesting คือ ความสามารถในการสร้างชีวิตที่คุณต้องการ คุณสามารถวาดอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ คุณเป็นผู้เขียนเรื่องราวของตัวเองและมันให้ความรู้สึกราวกับคุณมีเวทมนต์ และเป็นผู้วิเศษ

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณ ROXIE NAFOUSI เป็นหนังสือแนว self-help ที่ให้คำแนะนำและกลยุทธ์ สำหรับบุคคลที่ต้องการพัฒนาชีวิตของตนเอง และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในบทความนี้ ทางเราจะพาไปเรียนรู้ 7 ขั้นตอนจากหนังสือเล่มนี้ ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณกลายเป็นชีวิตที่ดีที่สุด

  1. Be clear in your vision.
    ชัดเจนในวิสัยทัศน์ของคุณ

“Everything is created twice,
first in the mind and then in reality.”
– ROBIN SHARMA

“ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นสองครั้ง
ครั้งแรก – ในใจ
และครั้งที่สอง – ในความเป็นจริง”

ข้อนี้ ผู้เขียนต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตั้งเจตนาที่ชัดเจน การกำหนดเป้าหมาย และความปรารถนาของคุณแบบเฉพาะเจาะจงและจับต้องได้

เพราะการมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ มันจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนของพลังงานและการกระทำของคุณ

  1. Remove fear and doubt.
    ขจัดความกลัวและความสงสัย

“Fear and self-doubt have always been
the greatest enemies of human potential.”
– BRIAN TRACY

“ความกลัว และความสงสัยในตัวเอง
เป็นศัตรูตัวฉกาจของศักยภาพของมนุษย์มาโดยตลอด”

ความกลัว และความสงสัย เป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้บุคคลนั้นไปสู่เป้าหมาย อารมณ์ด้านลบเหล่านี้ อาจเกิดจากประสบการณ์ในอดีต หรือจากการมี Self-Esteem ที่ต่ำ เพื่อช่วยให้คุณขจัดความกลัวและความสงสัย

หนังสือได้แนะนำ 4 เทคนิค ดังนี้

1) Self-Reflection: การทบทวนตนเอง
ลองใคร่ครวญถึงความกลัว และความสงสัยที่ตัวเองมี
ระบุสาเหตุที่แท้จริงออกมา แล้วทำความเข้าใจว่า

อารมณ์เหล่านี้ฉุดรั้งตัวเราไว้อย่างไร?

การไตร่ตรองตนเองเช่นนี้ จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงรูปแบบเชิงลบที่เรามีต่อตนเอง และปูทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

2) Positive Affirmations: ฝึกใช้การยืนยันเชิงบวก
เพื่อต่อต้านความกลัว และความสงสัย การยืนยันซ้ำๆ จะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นและความกล้าหาญในตนเอง

3) Mindfulness and Awareness: มีสติ และตระหนักรู้อยู่เสมอ
สิ่งนี้จะช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่สามารถสังเกตความคิด และอารมณ์ของตนได้ แม้สิ่งที่เข้ามาจะทำให้รู้สึกกลัวและสงสัย

แต่คุณก็จะตระหนักได้ว่า
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว
และเลือกที่จะไม่ปล่อยให้มันมาควบคุมการกระทำของคุณ

4) Healing Techniques: เทคนิคในการฟื้นฟู
เช่น การทำสมาธิ, การฝึกปลดปล่อยอารมณ์ เหล่านี้จะช่วยให้คุณได้รับการเยียวยาจากความกลัว และความสงสัยที่ฝังรากลึก

  1. Align your behavior.
    จงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวท่าน

การ Take action (ลงมือทำ) เป็นสิ่งที่สำคัญ
อย่างที่คุณ ELIUD KIPCHOGE เคยกล่าวไว้ว่า

“ถ้าเราไม่มีวินัย เราคือทาสของชีวิต

  1. Overcome tests from the universe.
    เอาชนะการทดสอบจากจักรวาล

“การทดสอบจากจักรวาล
ไม่ได้มีไว้เพื่อกีดกัน หรือขัดขวางบุคคลนั้นออกจากเป้าหมาย
แต่ใช้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ และเติบโต”

ดังนั้น คุณจึงควรยอมรับการทดสอบเหล่านี้ และเข้าหาพวกมันด้วยกรอบความคิดที่ถูกต้อง

  1. Embrace gratitude without caveats.
    โอบกอด ‘ความรู้สึกขอบคุณ’ อย่างไม่มีเงื่อนไข

“การขอบคุณ เป็นการปฏิบัติ ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเราอย่างมาก
มันสามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิด เพิ่มความสุข
และดึงดูดประสบการณ์ที่ดีเข้ามาในชีวิต”

  1. Turn envy into inspiration.
    เปลี่ยนความอิจฉาเป็นแรงบันดาลใจ

ความอิจฉาเป็นความรู้สึกที่เราทุกคนพบได้บ่อย

แต่สิ่งสำคัญคือ อยากให้คุณเปลี่ยนมุมมองต่อมัน หรือก็คือ “ใช้ความอิจฉาเป็นแหล่งพลังงาน
และเป็นแรงผลักดัน ให้ตัวเองเป็นคนที่เก่งยิ่งขึ้น”

  1. Trust in the universe.
    เชื่อมั่นในจักรวาล

“จงไว้วางใจ และศรัทธาในจักรวาล”

ผู้เขียนแนะนำให้เราปล่อยวางจากการควบคุม และยอมจำนนต่อกระแสธรรมชาติของชีวิต
โดยเชื่อว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลของมัน และจักรวาลกำลังสอนอะไรบางอย่างให้กับคุณอยู่

 

 

 

แชร์บทความนี้

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง