หนังสือ VS พอดคาสต์ อันไหนดีกว่ากัน?

เชื่อว่าใครหลายคนต้องเคยมีคำถามในใจแบบนี้กัน

หนังสือก็ดี พอดคาสต์ก็ใช่ สรุปแล้วอันไหนดีกว่ากันนะ?

ในวันนี้ ทางเราจะพามาไขข้อสังสัยในประเด็นนี้กัน

1. “Reading a book.” การอ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือเปรียบเสมือนการเพาะเมล็ดและเฝ้าดูมันเติบโต
แม้ว่าการปลูกอาจต้องใช้ความพยายาม แต่ผลที่ได้นั้นคุ้มค่า
เพราะการอ่านถือเป็นนิสัยที่ดี และมีประโยชน์อย่างมาก
โดยข้อดีของการอ่าน มีดังนี้

1) “ช่วยเพิ่มสมาธิของเรา”
2) “ช่วยเพิ่มคลังศัพท์ในสมองเรา”
3) เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับมุมมอง ความคิด สภาพแวดล้อม และมุมมองที่แตกต่าง หรือเรียกว่าเป็นการ “ขยายขอบเขตการมองเห็น”
แม้ว่าหนังสือจะดี และมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้างเช่นกัน

ซึ่งข้อเสียของการอ่านหนังสือ มีดังนี้

1) “เราอาจใช้เวลานานกว่าจะอ่านจบ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราเป็น “คนที่ไม่ค่อยมีเวลา”
หรือเป็นคนทำงานหนักมากๆ (Work Hard) การอ่านหนังสือให้จบเล่มนึง อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน
2) ไม่สามารถทำ Multitasking หรือทำหลายๆ อย่างพร้อมกันในขณะที่อ่านหนังสือได้
3) หนังสือบางเล่มอาจมีราคาแพง
4) การอ่านส่วนใหญ่คุณจำเป็นต้อง “อยู่นิ่งๆ” ไม่ว่าจะนั่งอ่าน หรือนอนอ่าน ซึ่งถือเป็นวิธีเดียวที่คนส่วนใหญ่จะมีสมาธิในการอ่านหนังสือ

2. “Listening to podcasts.” การฟังพอดคาสต์

พอดคาสต์เป็นเสมือนคลังความรู้ที่พร้อมมอบให้กับเรา ไม่ว่าจะต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือความบันเทิง เพียงคลิกค้นหาก็จะเจอในสิ่งที่ต้องการได้ทันที

โดยข้อดีของพอดคาสต์ มีดังนี้

1) เราสามารถเพลิดเพลินกับพอดคาสต์เป็นชิ้น “ขนาดพอดีคำ”
โดยปกติแล้ว พอดคาสต์ทั่วไป จะใช้เวลาประมาณ 10 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากหนังสือหลายเล่มที่อาจใช้เวลามากกว่า 20 ชั่วโมงในการอ่าน
2) พอดคาสต์มีรูปแบบการสนทนาที่เป็นกันเอง ด้วยการที่คนเล่าได้มีการ “ย่อยข้อมูล” มาแล้ว ทำให้ผู้ฟังเข้าถึงได้ง่ายและรู้สึกสนุกไปกับการฟัง
3) สามารถทำ Multitasking หรือทำหลายๆ อย่างพร้อมกันในขณะที่ฟังพอดคาสต์ได้ เช่น เราอาจจะทำงานบ้าน ต้องพับผ้าหรือทำความสะอาด ก็เปิดฟังพอดคาสต์ไปด้วยได้ ซึ่งแน่นอนว่า การเปิดพอดคาสต์ จะยิ่งทำให้งานบ้านไม่น่าเบื่อ และได้ใช้เวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกด้วย หรือแม้แต่บางคน ก็นิยมเปิดฟังตอนออกกำลังกาย ตอนทำงาน หรือแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ

ข้อเสียของการฟังพอดคาสต์ มีดังนี้

1) “พอดคาสต์ไม่ได้ให้ข้อมูลเต็มๆ เท่าหนังสือ” เนื่องจากพอดคาสต์คือการสรุปเนื้อหา จึงจำเป็นต้องยกมาแค่สิ่งสำคัญของหนังสือเล่มนั้นๆ ซึ่งอาจทำให้เราพลาดสารบางอย่าง ที่ผู้เขียนตั้งใจถ่ายถอดในเล่มหนังสือได้
2) “หลุดโฟกัสง่าย ต้องรีซ้ำดูใหม่” ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งเราก็มีช่วงสติหลุด จากการทำงานหลายอย่างพร้อมกันหรือบางช่วงเราไปโฟกัสงานที่ทำตรงหน้า เลยทำให้เนื้อหาในพอดคาสต์ขาดหายไปบางช่วง ซึ่งถ้าเป็นพอดคาสต์ที่ฟังสบายๆ ก็ไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าเป็นพอดคาสต์ที่มีเนื้อหาหนักๆ และสำคัญ เราก็จำเป็นที่จะต้องรีซ้ำดูใหม่ช่วงเวลานั้นอีกครั้ง

โดยสรุปแล้ว หลังจากเราได้เรียนรู้ทั้งข้อดีข้อเสียของทั้งหนังสือและพอดคาสต์แล้ว เราต้องมาพิจารณากับตัวเองว่า “สิ่งใดดีที่สุดสำหรับตัวเรา”

ตัวเราชอบอ่านหนังสือ หรือ ชอบฟังพอดคาสต์มากกว่า??

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยส่วนตัว และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้นด้วย

ถ้าต้องการนั่งจดจ่อกับคำบนหน้ากระดาษ ต้องการเข้าถึงแก่นแท้ของเนื้อหา หนังสือถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าช่วงเวลาไหนคุณจำเป็นต้องทำอย่างอื่น แต่ก็อยากได้อัพเดทความรู้ไปด้วย การเปิดฟังพอดคาสต์ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีโดยเฉพาะคนที่ชอบคำพูด บทสนทนาที่เป็นกันเองและเนื้อสั้นกระชับมากกว่า

 

อ้างอิงจากเว็บไซต์ https://www.embarkz.com
โดยคุณ Harshita Katiyar

 

แชร์บทความนี้

บทความล่าสุด

NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
Coaching
ศาสตร์แห่งการ Coaching ทักษะของผู้นำในศตวรรษที่ 21
ถ้าพูดถึง Coaching บางคนอาจนึกถึงคนที่เป็น “ไลฟ์โค้ช” ที่พูดคำคม หรือสอนแนวคิดให้คนฟัง แต่จริงๆ...
อ่านต่อ...
_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
บทความที่เกี่ยวข้อง
NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
14.10
12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น
. 12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น . 1. เก็บที่นอนตอนตื่น 2. ทำสิ่งสำคัญ 20% ที่สร้างผลลัพธ์...
อ่านต่อ...