กฎ 10 ข้อเพื่อเติมเต็มพลังชีวิต การทำงาน และทีมของคุณด้วยพลังบวก จากหนังสือ “รถบัส พลังชีวิต” By Jon Gordon

ถ้ามีคะแนนเต็ม 10 คุณจะให้คะแนนชีวิตปัจจุบันของคุณเท่าไหร่? สำหรับบางคนอาจค่อนข้างสูง และสำหรับบางคนอาจค่อนข้างต่ำ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่
แต่ในช่วงหนึ่งของชีวิต เราทุกคนต่างก็ต้องเข้าสู่ ช่วงพลังงานตกต่ำ บ้างในบางครั้ง


“คุณคือคนขับรถบัสของตัวเอง”

หากเปรียบชีวิตเราเป็นรถบัสคันหนึ่ง สิ่งที่จำเป็นนอกจากการขับให้ชำนาญ นั่นก็คือ

จุดหมายปลายทางที่คุณกำลังมุ่งหน้าไปคืออะไร?

และผู้ร่วมเดินทางบนรถบัสคันนี้จะเป็นใครบ้าง?

 

The Energy Bus เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสั้นๆ ง่ายๆ ซึ่งสอนเราถึงวิธีเพิ่มพลังงานของเราผ่านการคิดบวกด้วยการใช้ตัวละครที่ชื่อจอร์จ ในขณะนั้น เขาเจอทั้งปัญหาเรื่องงาน และครอบครัว แล้วก็ดันเกิดปัญหารถที่ใช้เสียอีก จึงจำเป็นที่จะต้องขึ้นรถบัสประจำทางแทน ซึ่งการขึ้นรถบัสครั้งนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

ดังนั้น เพื่อให้คุณสามารถควบคุมพลังงานของตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมาย สนุกสนานและมี Passion กับสิ่งที่คุณทำ ในบทความนี้ทางเราจึงได้นำกฎ 10 ข้อมาฝาก โดยหวังว่า กฎเหล่านี้จะช่วย “ขับเคลื่อนชีวิตของคุณ”

1. Day One – วันแรก

ในวันแรก จอร์จได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญ นั่นคือ

เขาเป็นคนขับรถบัสของตัวเอง

เราทุกคนมีหน้าที่กำหนดชะตากรรมของตัวเองและเราไม่สามารถโทษใครได้ เราต้องยอมรับทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของเรา

ชีวิตของคุณถูกกำหนดโดยคนอื่นมากแค่ไหน?

หากตอนนี้ คุณกำลังดำเนินชีวิตตามสิ่งที่คนอื่นบอกให้ทำ เราอยากบอกว่า “คุณมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงได้”

พวกเราทุกคนมีอิสระที่จะเลือก และเราต้องตัดสินใจที่จะเป็นคนขับรถบัสของเราเอง

Day Two – วันที่ 2

ในวันที่ 2,  จอย – คนขับรถบัส ขอให้จอร์จมีสมาธิกับการเดินทาง และทำให้จอร์จตระหนักถึงสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ

ตอนนี้ที่คุณอยู่ในที่นั่งคนขับ

“คุณจะต้องรู้ว่าคุณกำลังขับรถบัสคันนี้ไปที่ใด”

 

อยากไปที่ไหน และอยากดูอะไร? คุณต้องการสร้างโลกแบบไหนให้กับตัวเองและคนรอบข้าง?

Day Three – วันที่ 3

คุณจะคิดบวกได้อย่างไร? หากทุกสิ่งรอบตัวคุณมันแย่ไปซะทุกอย่าง

 

ในวันที่สาม จอยได้บอกสิ่งสำคัญว่า

คุณต้องปรับความคิดก่อน ถึงจะสามารถ

ปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันของคุณได้

เธอให้สูตรแห่งการเปลี่ยนแปลง ก็คือ

E + P = O

  • E หมายถึง เหตุการณ์
  • P หมายถึง การรับรู้
  • O หมายถึงผลลัพธ์

แนวคิดก็คือ

เราไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้

แต่เราสามารถเปลี่ยนการรับรู้ของเราได้

 

ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ใดๆ “ให้มองในแง่บวก” แล้วคุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้

Day Four – วันที่ 4

บทเรียนที่ได้รับในวันที่ 4 คือ ความสำคัญของการ “เชิญชวนให้คนอื่นขึ้นรถบัส”

 

สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การตรงไปตรงมากับสมาชิกในทีม แบ่งปันวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของคุณ เมื่อคุณทำเช่นนั้นพวกเขาจะรู้ว่ารถบัสคันนี้มีปลายทางเป็นอย่างไร และสามารถตัดสินใจได้ว่าพวกเขาจะขึ้นรถบัสคันนี้หรือไม่?

Day Five – วันที่ 5 

วันที่ห้า วันนี้อาจเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะนี่คือช่วงที่คุณรู้ว่า

“ใครจะขึ้นรถบัสไปกับคุณ”

“ใครที่ไม่ขึ้นรถบัส”

และ “ใครที่คุณต้องไล่ลงจากรถบัสคันนี้

 

Day 6 Six – วันที่ 6

ในวันที่หก จอร์จได้เรียนรู้ว่า “การกำจัด” คนที่ทำลายความสำเร็จของทีมเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือ

ต้องให้ความสำคัญกับคนที่ขึ้นรถบัสของคุณ

เพราะบางคนอาจแสดงความไม่เต็มใจที่จะขึ้นไป

เนื่องจากพฤติกรรมในอดีตที่ไม่ดีของคุณ

หรือมาจากการที่คุณขาดการรับรู้จากทีม

 

ดังนั้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเปิดช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจนให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความรู้สึก และกล่าวถึงปัญหาที่กำลังพบเจอ หรืออาจเกิดขึ้นในอนาคตให้แก่คุณ

Day Seven – วันที่ 7 

ในวันที่ 7 จอร์จได้รับข้อมูลเชิงลึก “เกี่ยวกับความเป็นผู้นำ”

ประการแรก – เขาแสดงให้เห็นว่า
การเป็นผู้นำที่ดีนั้น
“เกี่ยวกับการเป็นผู้นำจากหัวใจ

 

จอยแนะนำเขาว่า การเป็น CEO เท่านั้นไม่พอ คุณต้องเป็น “chief energy officer หรือประธานบริหารพลังงานด้วย เพราะพลังงานในที่ทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของบริษัท

นอกจากนี้ การมีสถานที่ทำงานที่เต็มไปด้วยพลัง หมายความว่า

“ผู้คนไม่กลัวที่จะเรียนรู้และล้มเหลว”

พลังงานบวกจะกระตุ้นโอกาส และโอกาสคือรากฐานของการเติบโต

เพื่อสร้างทีมที่กระตือรือร้น เราต้องเป็นผู้นำด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้น ความตื่นเต้นนั้นเป็นเหมือนโรคติดต่อและแพร่กระจายไปสู่คนอื่นได้

สิ่งที่ควรระวังคือ ความตื่นเต้นนั้น
ไม่ควรเป็นสิ่งที่คุณเสแสร้งขึ้นมา
แต่ควรมาจากความมุ่งมั่น และวิสัยทัศน์ของตัวคุณ

 

Day Eight – วันที่ 8

จอร์จได้เรียนรู้ในวันที่ 8 เพิ่มเติมว่า

“การมองโลกในแง่บวก
และความกระตือรือร้นนั้นยังไม่เพียงพอ”

ผู้นำที่ดี จะต้องเป็นผู้นำ “ด้วยความรัก”
และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของทีมเป็นสำคัญ

การนำด้วยความรัก หมายความว่า คุณให้ความสำคัญกับทีมของคุณ และทุกคนก็รู้สึกรักและชื่นชมคุณ

สุดท้าย หาเวลาทำความรู้จักกับคนรอบข้าง และฟังสิ่งที่พวกเขาพูด

เพราะความเห็นอกเห็นใจ
เป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดของผู้นำ
และสิ่งนี้ได้มาจากการรับฟัง

 

Day Nine – วันที่ 9

จุดประสงค์ที่ใหญ่กว่าของคุณคืออะไร?

เราต้องโฟกัสให้มากขึ้นว่า
เราต้องการทิ้งประโยชน์อะไรไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง

เพราะจุดประสงค์ที่ใหญ่กว่าของเรา
จะกลายเป็นจุดประสงค์ของทีมด้วย

คุณ Simon Sinek ยืนยันว่า ผู้นำที่ดีทุกคน ต้องเริ่มต้นด้วย “W H Y – ทำไม?” เพราะสิ่งนี้กระตุ้นให้ผู้คนซื้อโครงการหรือธุรกิจนั้นๆ

ดั่งที่คุณ Gordon กล่าวไว้ว่า

Purpose infuses your everyday life with passion.
จุดมุ่งหมายทำให้ชีวิตประจำวันของคุณ
เต็มไปด้วยความหลงใหล

 

Day Ten – วันที่สิบ

ในวันที่ 10 จอร์จได้รับการต้อนรับจากผู้ที่ขึ้นรถบัสคนอื่นๆ และพวกเขาเหล่านั้นตะโกนว่า

‘Too blessed to be stressed!’

หรือ มีความสุขเกินกว่าจะเครียด!

 

ชีวิตเราล้วนต้องพบเจอความเครียด และความท้าทาย แต่มันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยความสวยงาม ความสุข และความหวังที่ไม่ธรรมดา

เราขึ้นรถบัสได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ดังนั้น เราต้องสนุกกับมัน

 

เพราะเมื่อคุณมองย้อนกลับไปในชีวิต คุณจะพบว่า “สิ่งที่เรากังวล” แท้จริงมันไม่สำคัญเลย

ดั่งประโยคที่เขียนไว้ว่า

After you die, your inbox will keep receiving emails.

หลังจากที่คุณเสียชีวิต inbox ของคุณก็คงยังได้รับอีเมลต่อไป

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก
เว็บไซต์ : https://briefer.com/books/energy-bus

แชร์บทความนี้

บทความล่าสุด

NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
Coaching
ศาสตร์แห่งการ Coaching ทักษะของผู้นำในศตวรรษที่ 21
ถ้าพูดถึง Coaching บางคนอาจนึกถึงคนที่เป็น “ไลฟ์โค้ช” ที่พูดคำคม หรือสอนแนวคิดให้คนฟัง แต่จริงๆ...
อ่านต่อ...
วะบิซะบิ_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
บทความที่เกี่ยวข้อง
NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
วะบิซะบิ_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
14.10
12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น
. 12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น . 1. เก็บที่นอนตอนตื่น 2. ทำสิ่งสำคัญ 20% ที่สร้างผลลัพธ์...
อ่านต่อ...