5 บทเรียนชีวิตอมตะจาก Marcus Aurelius

Marcus Aurelius จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมัน ผู้มากความสามารถ ซึ่งปกครองระหว่าง 8 มีนาคม ค.ศ. 161 ถึง ค.ศ. 169 และถือเป็นนักปรัชญาลัทธิสโตอิก (Stoicism) คนสำคัญคนหนึ่ง

นักประวัติศาสตร์นับให้พระองค์เป็นหนึ่งใน “ห้าจักรพรรดิผู้ดีงาม” (Five Good Emperors) ซึ่งประกอบไปด้วย

เนอร์วา (Nerva),
ทราจัน (Trajan),
เฮเดรียน (Hadrian),
อันโตไนอัส ไพอัส (Antoninus Pilus),
และมาคัส อัลเรเลียส (Marcus Aurelius)

ด้วยตำแหน่งของ Roman Emperor หรือจักรวรรดิโรมัน ใครหลายคนอาจคิดว่า ชีวิตของ Marcus Aurelius อาจจะง่ายดาย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

ในปีแรกของการปกครองของเขา อาร์เมเนียซึ่งเป็นประเทศลูกของกรุงโรมถูกยึดครองโดยศัตรู ขณะที่ Aurelius ต้องเผชิญกับความยากลำบากต่างๆ  ในจักรวรรดิ รวมทั้งความเจ็บปวดทางกายที่ยืดเยื้อยาวนาน อีกทั้งสงครามเพื่อยึดอาร์เมเนียคืนก็ตามมา ซึ่งถือเป็นช่วงที่เขาต้องเผชิญความยากลำบากในทุกทิศทาง

แต่ด้วยแนวคิดโดยยึดหลักปรัชญา Stoic ทำให้ Marcus Aurelius สามารถเข้าใจมุมมองของตน และมองทุกอุปสรรคเป็นโอกาสในการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นได้ เขารู้ว่าตนไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ แต่เขาสามารถควบคุมการตอบสนองของตัวเองได้

ดังนั้นในบทความนี้ ทางเราจึงมี 5 บทเรียนชีวิตอมตะจาก Marcus Aurelius ที่สามารถช่วยให้คุณควบคุมความสุข และใช้ชีวิตที่ดีที่สุด ดังนี้

1.“ฝึกฝนการรับรู้ของคุณ”

คุณมีอำนาจเหนือจิตใจ ไม่ใช่เหตุการณ์ภายนอก

จงเข้าใจสิ่งนี้ แล้วคุณจะพบความเข้มแข็ง

ชาว Stoic ตระหนักถึงความสำคัญ “ของการควบคุมการรับรู้ของตน” พวกเขาสังเกตเห็นว่า มนุษย์เราถูกผลัก และดึงออกจากการควบคุมของตนได้ง่ายเพียงใด

การรับรู้ของเรามีอิทธิพลต่อทุกสิ่งที่เราประสบ

จึงน่าขำ หากเรามอบอำนาจนั้นให้กับผู้อื่นหรือสถานการณ์ต่างๆ

ดังนั้น การฝึกการรับรู้ของคุณให้เป็นผู้เชี่ยวชาญนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้คุณภาพชีวิตของคุณอยู่ในมือของคุณ แต่ยังช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายอีกด้วย

2.“หันแก้มอีกข้างหนึ่งให้”

God did not intend my happiness
to rest with someone else.
— Marcus Aurelius, Meditations

พระเจ้าไม่ได้ให้ความสุขของข้าไปอยู่กับผู้อื่น

ในฐานะจักรพรรดิ Marcus Aurelius ที่ถูกทั้งวิพากษ์วิจารณ์และยกย่องเชิดชู แต่เขาเรียนรู้ที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากทั้งสองอย่าง เขาสังเกตเห็นธรรมชาติของมนุษย์ และมักเขียนเกี่ยวกับสิ่งนี้ในการสะท้อนชีวิต ซึ่งตอนนี้ได้แปลเป็นหนังสือที่ชื่อว่า Meditations มีท่อนหนึ่งในหนังสือที่กล่าวบอกไว้ว่า

เมื่อท่านตื่นนอนในตอนเช้า ให้บอกตัวเองว่า
คนที่ท่านติดต่อด้วยในวันนี้นั้น
จะยุ่งเหยิง อกตัญญู หยิ่งยโส
ไม่ซื่อสัตย์ ขี้อิจฉา และไม่เป็นมิตร”

โลกอาจเปลี่ยนไปในช่วงเกือบ 2,000 ปี นับตั้งแต่ยุคของ Aurelius แต่พฤติกรรมของมนุษย์ไม่เปลี่ยนแปลง ทุกวันมีผู้คนและสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถรบกวน และทำให้เราเสียสมาธิได้ แต่เรามีอำนาจที่จะไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตอบสนองของเรา “อย่ารับผิดชอบต่อพฤติกรรมของผู้อื่น แต่จงรับผิดชอบพฤติกรรมของตัวท่านเอง”

ถ้ามีใครดูถูกท่าน นั่นคือปัญหาของพวกเขา
ส่วนท่าน — อย่าทำ หรือพูดอะไรที่น่ารังเกียจ
ถ้ามีคนเกลียดท่าน นั่นคือปัญหาของพวกเขา
ส่วนท่าน — จงอดทนและร่าเริงกับทุกคน รวมทั้งพวกเขาด้วย
พร้อมชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาด

ไม่ใช่แสดงความอาฆาตมาดร้าย หรือโอ้อวดการควบคุมตนเอง
แต่ให้อยู่ในทางที่ซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม
นั่นคือวิธีที่ท่านควรเป็น ซึ่งออกมาจากภายใน
และอย่าให้เทพเจ้าจับได้ว่าท่านรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจ”

— Marcus Aurelius, Meditations

 

3.“มองอุปสรรคให้เป็นโอกาส”

ช่นเดียวกับที่ธรรมชาติ ที่มันรับทุกปัญหา
ทุกอุปสรรค และพร้อมแก้ไข
รวมทั้งเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้เป็นไปตามจุดประสงค์ของมัน
และรวบรวมสิ่งต่างๆ เข้าไว้ในตัวของมันเอง

ดังนั้น สิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผลอย่างมนุษย์เรา
ก็สามารถเปลี่ยนความพ่ายแพ้แต่ละครั้ง
ให้กลายเป็นวัตถุดิบ
และใช้มันเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนได้

— Marcus Aurelius, Meditations

Aurelius และชาวสโตอิกรู้ว่า อุปสรรคไม่ได้เลวร้ายเลย แท้จริงแล้วมันคือโอกาสในการสร้างความสำเร็จและเก่งขึ้น

ดังนั้น จงเป็นดั่งที่ Aurelius กล่าวไว้ว่า

“Like nature – ให้เป็นเช่นเดียวกับธรรมชาติ”

ทุกวันเราพบสถานการณ์ที่สามารถตีความได้ระหว่าง ให้มันเป็นอุปสรรค or ให้มันเป็นบททดสอบ ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น “ขึ้นอยู่ที่คุณเป็นผู้ตัดสินใจและตีความ”

4.“จงรักโชคชะตาของคุณ”

ชาวสโตอิกเชื่อว่า universal guiding force หรือพลังชี้นำของจักรวาล กำลังดึงพวกเขาอยู่ และพวกเราทุกคนจะไปสู่สิ่งที่ถูกลิขิตไว้

พวกเขาเปรียบเทียบแนวคิดนี้กับสุนัขที่ถูกลากไว้ติดกับเกวียน หากคุณเป็นสุนัขตัวนั้น คุณมี 2 ทางเลือกที่จะปฏิบัติ คือ

ทางเลือกแรก: คุณใช้แรงทั้งหมดที่มี เพื่อวิ่งสวนทางกับทิศทางที่เกวียนนั้นเดินทางไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แรงต้านระหว่างตัวคุณกับเกวียน จนในท้ายที่สุด คุณก็จะเริ่มหมดแรงลง และยอมแพ้

เสมือนดั่งโชคชะตา
ที่คุณเลือกที่จะดิ้นรนต่อโชคชะตากำลังนำทาง

หรือทางเลือกที่ 2: คุณเป็นสุนัขตัวนั้นที่ถูกผูกติดกับเกวียน แต่คุณยอมรับแรงดึงและเส้นทางที่เกวียนกำลังเดินทางไป สุดท้ายแล้วคุณแทบไม่ต้องออกแรงใดๆ เลยและไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างสบายๆ ในที่สุด

เสมือนดั่งคุณกำลังเพลิดเพลิน
กับการเดินทางแห่งโชคชะตาของตนเอง

Friedrich Nietzsche ให้เครดิตความยิ่งใหญ่ของมนุษย์กับแนวคิดที่เรียกว่า

“Amor Fati” ซึ่งแปลจากภาษาละติน แปลว่า ความรักต่อโชคชะตา

 

5.“เปรียบเทียบชีวิตของคุณกับความนิรันดร์

Aurelius คิดถึงความไม่แน่นอนของชีวิตมาโดยตลอด เขาเตือนตัวเองให้นึกถึงผู้คนทุกคนที่มาและจากไป

วลีสำหรับการเตือนถึงชีวิตที่ไม่แน่นอนนี้

คือคำว่า Memento Mori

ซึ่งแปลจากภาษาละตินแปลว่า “จำไว้ว่าคุณจะตาย”

เราสามารถใช้ข้อความนี้ เพื่อเป็นการเตือนสติให้กับตัวเองและเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแก่เราให้ใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด เต็มที่ที่สุด ปล่อยวางความกังวลเล็กน้อย ใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรม เข้าใจและเห็นอกเห็นใจ และรักในโชคชะตาของเราเอง

แชร์บทความนี้

บทความล่าสุด

NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
Coaching
ศาสตร์แห่งการ Coaching ทักษะของผู้นำในศตวรรษที่ 21
ถ้าพูดถึง Coaching บางคนอาจนึกถึงคนที่เป็น “ไลฟ์โค้ช” ที่พูดคำคม หรือสอนแนวคิดให้คนฟัง แต่จริงๆ...
อ่านต่อ...
วะบิซะบิ_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
บทความที่เกี่ยวข้อง
NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
วะบิซะบิ_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
14.10
12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น
. 12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น . 1. เก็บที่นอนตอนตื่น 2. ทำสิ่งสำคัญ 20% ที่สร้างผลลัพธ์...
อ่านต่อ...