5 คำแนะนำ การใช้ชีวิตแต่ละช่วงวัย

“It is better to live your own destiny
imperfectly than to live an imitation
of somebody else’s life with perfection.”

เป็นการดีกว่า หากใช้ชีวิตที่แม้ไม่สมบูรณ์ตามลิขิต
แต่เป็นของเราเอง มิใช่ลอกเลียนชีวิตที่สมบูรณ์แบบของผู้อื่น

ประโยคที่กล่าวไปข้างต้นมาจาก ‘คัมภีร์ภควัทคีตา’ ซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อแบบฮินดู มีประเด็นสำคัญอันเป็นแกนความเชื่อแบบฮินดูคือ การทำหน้าที่ในแบบของตนเอง ซึ่งแต่ละบุคคลในสังคมก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป

ถ้านำมาใช้ในยุคของเรา นั่นคือ

การที่คนทุกคนต่างมีวิถีชีวิตเป็นของตนเอง
ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องไปใช้ชีวิตตามแบบคนอื่น

ในบทความนี้ ทางเราจึงได้นำแนวทางการใช้ชีวิตแต่ละช่วงวัย
เป็นทางเลือกเพื่อให้คุณค้นหาชีวิตที่มีความหมาย และมีความสุขมากขึ้น ดังนี้

1. “The Dreamer Stage” (0- 18 years old)
วัยเด็กช่างฝัน


เป็นขั้นตอนของการพัฒนาและการเติบโต การค้นหาจุดยืนในชีวิต และเข้าใจบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรม เน้นการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง มีโอกาสและอนาคตที่สดใส ด้วยเส้นทางมากมายที่คุณสามารถเลือกเองได้

โดยมี 3 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับวัยนี้

1) Finding the right role models.
การหาแบบอย่างที่เหมาะสม

เพราะนี่คือช่วงแห่งการสร้างตัวตนของคุณ
ดังนั้นไอดอล หรือ role models ที่คุณเลือก
พวกเขาจะกลายเป็นแรงบันดาลใจ
และรากฐานที่แข็งแกร่งให้สิ่งที่คุณอยากเป็น


2) Tapping into areas you are interested in.

ค้นหาสิ่งคุณสนใจ

ช่วงวัยนี้คุณยังเด็ก กระฉับกระเฉง และเต็มไปด้วยศักยภาพ

จงค้นหาด้านที่คุณถนัด หรือสาขาที่คุณสนใจ

ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นพื้นฐาน ที่ทำให้คุณสามารถต่อยอดในระดับสูงขึ้นต่อไปได้เมื่อคุณเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

3) Having a vision
มีวิสัยทัศน์

“ความปรารถนาอย่างแรงกล้า
และคิดถึงชีวิตในแบบที่คุณฝัน”

นี่เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำ เพื่อให้สิ่งที่ใฝ่ฝันประสบผลสำเร็จเมื่อคุณโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับชีวิตในอุดมคติของคุณตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อมุ่งไปสู่สิ่งที่คุณหวัง


2.”The Explorer Stage” (18–36 years old)
วัยนักสำรวจ

เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น และสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ

โดยจากสถิติ พบว่า:

  • 80% ของช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตเกิดขึ้นได้เมื่ออายุ 35
  • 10 ปีแรกในอาชีพการงานของคุณ จะส่งผลต่อจำนวนเงินที่คุณจะได้รับต่อไปในอนาคต
  • คนอเมริกันมากกว่าครึ่งแต่งงาน ออกเดท หรืออาศัยอยู่กับคู่ชีวิตในอนาคตของตนเมื่ออายุ 30

โดยมี 3 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับวัยนี้

1) Taking risk
รับความเสี่ยง

คุณมีทั้งเวลา และพลังงาน

ดังนั้น ช่วงวัยนี้จึงเป็นเวลาที่จะไล่ตามความฝันและเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น

  • คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจของคุณ
  • เดินทางรอบโลก
  • สร้างบางสิ่งบางอย่าง
  • หรืออาจจะเป็นการชวนคนที่คุณแอบชอบไปออกเดท

2) Investing
การลงทุน

อายุ 20 ปี เป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนในตัวเอง

  • ลงทุนซื้อหนังสือดีๆ มาอ่าน
  • ซื้อคอร์สเรียนที่ได้พัฒนา skill หรือทักษะของคุณ
  • เริ่มต้นศึกษาเรื่องการจัดการด้านเงิน
  • หรือลงทุนในความสัมพันธ์กับคนรอบตัวของคุณ
  • ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง ครอบครัว คนรู้จัก

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานการเติบโตที่สำคัญ และหล่อหลอมตัวตนของคุณในอนาคต

3) Give your best.
พยายามอย่างสุดความสามารถ

สำรวจว่า สิ่งใดทำให้คุณรู้สึกสนใจ และตื่นเต้น

เมื่อวันใดที่คุณคิดว่า สิ่งที่คุณกำลังทำมันไม่เวิร์คสำหรับคุณแล้ว คุณได้ใช้ศักยภาพที่มีทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรที่ใหม่หรือท้าทายที่คุณสามารถเรียนรู้จากมันได้อีก

คำแนะนำก็คือ คุณจงละทิ้งมันไป และเดินหน้าต่อไปเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ที่กำลังรอคุณอยู่


3.”The Builder Stage” (36–54 years old)
วัยสร้างตัว

คุณกำลังอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต
หรือที่เรียกว่า Peak of stage

คุณมีทั้งสติปัญญาและความอาวุโส: ในวัยนี้คุณมักเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขา หรือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ซึ่งชีวิตกำลังมีทั้งความพร้อมและความสะดวกสบาย

โดยมี 2 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับวัยนี้

1) Leverage your efforts.
ใช้ประโยชน์จากความพยายามของคุณ

ใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์ ทักษะ
และทรัพยากรในตัวของคุณ

เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านงาน การลงทุน หรือธุรกิจ

2) Play to your strengths.
โฟกัสที่จุดแข็งของคุณ

อย่ากังวลมากเกินไปเกี่ยวกับจุดอ่อนของตัวคุณ

ในทางตรงกันข้ามกัน ให้คุณไปโฟกัสที่จุดแข็งของคุณแทน แล้วฝึกฝนจุดแข็งนั้นๆ ของคุณ “ผ่านการทำซ้ำ” เสมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องมีการฝึกใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ก่อนลงงานวิจัยจริง

หรือ กฎ The 10,000 hour rule จากหนังสือ Outliers ของคุณ Malcolm Gladwell ที่กล่าวว่า

“เมื่อคุณทำสิ่งใดก็ตามครบ 10,000 ชั่วโมง

คุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งนั้นๆ

ดังนั้น การที่คุณฝึกฝนจุดแข็งผ่านการทำซ้ำ จะทำให้คุณจะกลายเป็น Unbeatable หรือก็คือ คนที่หาใครเทียบไม่ได้

เน้นไปที่สิ่งที่คุณทำได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

4.”The Mentor Stage” (54- 72 years old)
วัยที่ปรึกษาที่ดี

ในวัยนี้ คุณจะเปลี่ยนเป้าหมายจากเดิมที่คุณเคยโฟกัส
ไปที่การสร้างอาณาจักรของตัวคุณเอง

เช่น

  • การสร้างความมั่งคั่งด้านการเงิน
  • การมีอสังหาริมทรัพย์

เปลี่ยนไปเป็น

  • การที่คุณแบ่งปันประสบการณ์
  • ให้คำแนะนำ
  • หรือให้คำปรึกษา ที่มักเรียกกันว่า เมนเทอร์
  •  ให้แก่ผู้คนที่ต้องการ

โดยมี 2 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับวัยนี้

1) Impart your wisdom and mentoring others.
ถ่ายทอดสติปัญญาและให้คำปรึกษาผู้อื่น

2) Inspire, motivate and empower
those that you mentor.
สร้างแรงบันดาลใจ จูงใจ และให้พลังแก่ผู้คน


5.”The Giver Stage” (72– 90 years old)
วัยผู้ให้แห่งความสุข

ในวัยนี้ คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีอะไรฉุดรั้งคุณไว้

บางทีคุณอาจจะต้องการใช้เวลากับหลานๆ หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ เช่น

  • การตีกอล์ฟ
  • การขี่ม้า
  • หรือแม้แต่การเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ

ได้ใช้ความรู้ ความหลงใหล และการเงินของคุณที่มีอยู่ เพื่อพัฒนาสิ่งที่ใกล้เคียงกับเสียงหัวใจของคุณมากที่สุด

โดยมี 3 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับวัยนี้

1) Enjoy your life
สนุกกับชีวิต

2) Spend more time 
ใช้เวลากับครอบครัว / เพื่อนฝูงใน
และการทำสิ่งที่คุณชอบมากขึ้น

3) Give words of wisdom
ให้ถ้อยคำแห่งปัญญากับคนรุ่นใหม่
และโต้ตอบกับพวกเขาอย่างมีความหมาย

 

 

 

แชร์บทความนี้

บทความล่าสุด

NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
Coaching
ศาสตร์แห่งการ Coaching ทักษะของผู้นำในศตวรรษที่ 21
ถ้าพูดถึง Coaching บางคนอาจนึกถึงคนที่เป็น “ไลฟ์โค้ช” ที่พูดคำคม หรือสอนแนวคิดให้คนฟัง แต่จริงๆ...
อ่านต่อ...
วะบิซะบิ_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
บทความที่เกี่ยวข้อง
NLP
ศาสตร์ NLP : สมรรถนะที่คุณควรรู้ เครื่องมือปลอดล็อกสมอง & จิตใต้สำนึก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทายของชีวิตประจำวัน เราต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโตไปพร้อมๆ...
อ่านต่อ...
วะบิซะบิ_wabi sabi
7 บทเรียนจากปรัชญา วะบิ- ซะบิ ความสุขของการยอมรับ "ความไม่สมบูรณ์แบบ"
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนรอบตัวดูสมบูรณ์แบบไปหมด “ยกเว้นตัวเราเอง” พอไถฟีดโซเชียล ก็จะเห็นแต่ทุกคนที่ดูมีความสุข...
อ่านต่อ...
14.10
12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น
. 12 นิสัยเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขี้น . 1. เก็บที่นอนตอนตื่น 2. ทำสิ่งสำคัญ 20% ที่สร้างผลลัพธ์...
อ่านต่อ...